แอร์รถเหม็นอับ เกิดจากอะไรและแก้ไขอย่างไร?
สาเหตุที่ทำให้แอร์รถยนต์มีกลิ่นอับ
- มีน้ำหรือความชื้นสะสมอยู่ในคอยล์เย็น จนเกิดเชื้อรา
- ช่องแอร์เกิดการหมักหมมCA
- ที่กรองแอร์มีสิ่งสกปรกเข้ามาอุดตัน
วิธีแก้ไขอาการแอร์รถยนต์มีกลิ่น
1.เปิดพัดลมไล่ความชื้น
ให้เราปิดปุ่มแอร์ (A/C) จากนั้นเปิดพัดลมให้แรงที่สุด เพื่อไล่ความชื้นออกจากออกจากคอยล์เย็นและลดกลิ่นอับ ใช้เวลาเป่าลมประมาณ 5 นาที จะช่วยลดกลิ่นอับได้ดีขึ้น
2.เปิดแอร์ในระดับที่พอดี
ควรเปิดแอร์ในระดับที่เย็นพอดี ถ้าเปิดแอร์เย็นจนเกินไปอาจทำให้เกิดความชื้นสะสมภายในวงจรปรับอากาศได้และไม่ควรปิดหน้ากากแอร์เพราะจะทำให้ภายในวงจรปรับอากาศมีอุณภูมิต่ำและทำให้เกิดความชื้นได้
3.ใช้แสงแดดไล่ความชื้น
เป็นวิธีที่หลายๆคนเลือกใช้กัน โดยเปิดประตูรถยนต์ทุกบาน เพื่อให้แสงแดดไล่ความชื้นรวมถึงกลิ่นอับออก
4.ถอดกรองแอร์มาล้าง
หากไม่ได้ถอดกรองแอร์มาล้างนานๆ พวกเศษสิ่งสกปรกที่สะสมอยู่มากอาจเป็นผลทำให้ส่งกลิ่นอับทำให้ภายในรถมีกลิ่นเหม็น ดังนั้นควรถอดกรองแอร์ออกมาล้างแล้วใส่กลับเข้าที่เดิม ถือว่าเป็นการทำความสะอาดแอร์ไปในตัว
5.น้ำส้มสายชูช่วยลดกลิ่นอับได้
ถ้าหากภายในรถยังมีกลิ่นอับอยู่ ให้นำน้ำส้มสายชูเทใส่แก้วแล้วนำไปวางไว้ในรถประมาณ 1-2 ชั่วโมง กลิ่นของน้ำส้สายชูจะช่วยดับกลิ่นภายในรถได้
6.ใช้สเปรย์ดับกลิ่นอับภายในรถยนต์
ปัจจุบันจะมีสเปรย์ปรับอากาศและดับกลิ่นแบบ 2 in 1 ให้ฉีดสเปรย์ไปในจุดที่มีกลิ่นไม่พึงประสงค์เพื่อขจัดกลิ่นอับ
7.ล้างแอร์
หากทำทุกวิธีแล้วแต่กลิ่นอับในแอร์รถยนต์ไม่หายไป เป็นสัญญาณให้เราต้องล้างแอร์รถยนต์โดยนำรถเข้าศูนย์เพื่อให้ช่างล้างแอร์ให้สะอาดเพื่อขจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์
วิธียื่นภาษีออนไลน์ 2567
สำหรับการยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบ ภ.ง.ด.90/91
1.เข้าไปที่เว็บไซต์ของ กรมสรรพากร : https://efiling.rd.go.th/rd-cms/
จากนั้นกดไปที่ “ยื่นแบบออนไลน์”
2.ระบบจะนำท่านไปหน้าเข้าสู่ระบบ หลังจากนั้นให้กรอก เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร หรือชื่อผู้ใช้งาน แต่ถ้าหากยื่นครั้งแรกให้กด “สมัครสมาชิก” แล้วทำตามขั้นตอน และยืนยันตัวตนด้วยรหัส OTP ผ่านเบอร์โทรศัพท์ที่ลงทะเบียนไว้
3.กดยื่นแบบ ภ.ง.ด.90/91 โดย ภ.ง.ด.90 คือ ผู้ทื่มีรายได้นอกเหนือจากเงินเดือนที่ได้รับ เช่น ขายของออนไลน์ ส่วน ภ.ง.ด.91 คือ คนที่มีรายได้จากเงินเดือนเพียงอย่างเดียว โดยไม่มีรายได้เสริมจากช่องทางอื่น
4.ตรวจสอบข้อมูลส่วนตัว
ระบบจะแสดงข้อมูลส่วนบุคคลต่างๆ ชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิด สถานที่ติดต่อ ร้านค้า/กิจการส่วนตัว (ถ้ามี) ให้ทำการตรวจสอบความถูกต้อง จากนั้นระบุ สถานะของตนเอง โสด สมรส หม้าย หย่าร้าง
ระบุแหล่งที่มาของรายได้
- ระบบจะแสดงหน้ารายได้ต่างๆ โดยแยกตามแหล่งที่มาของรายได้ เช่น รายได้จากเงินเดือน , รายได้จากฟรีแลนซ์ , รายได้จากทรัพสินย์ , รายได้จากการลงทุน และรายได้จากมรดกหรือที่ได้รับมา
ในส่วนขั้นตอนนี้ หากเป็นพนักงานประจำหรือมนุษย์เงินเดือน ให้เลือกรายได้จากเงินเดือน คลิกที่ “ระบุข้อมูลช่อง40(1)” จากนั้นระบบจะให้กรอกข้อมูลดังนี้
- รายได้ทั้งหมด ให้รวมรายได้จากทุกนายจ้าง จากทุกบริษัทที่เข้าทำงานตลอดปี 2566 แล้วกรอกเลขเดียว
- หักภาษี ณ ที่จ่าย ให้รวมภาษีที่นายจ้างแต่ละที่หัก แล้วกรอกเลขเดียว
- เลขผู้จ่ายเงินได้ คือเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของนายจ้าง หากรับเงินจากหลายนายจ้าง ให้กรอกเลขของนายจ้างที่จ่ายให้เรามากที่สุด
- เมื่อกรอกข้อมูลเรียบร้อยแล้ว คลิกไปที่ “บันทึก”
หากมีรายได้อื่นๆให้กรอกไล่ไปทีละข้อ โดยเราควรคำนวณตัวเลขให้พร้อม ก่อนเริ่มยื่นภาษีออนไลน์ เมื่อบันทึกรายได้แต่ละข้อเสร็จ ระบบของสรรพากรจะพากลับไปที่หน้ารายได้เหมือนเดิม ขั้นตอนนี้แนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดว่าถูกต้องครบถ้วนหรือไม่
5.การกรอกข้อมูลค่าลดหย่อยภาษี ซึ่งค่าลดหย่อนภาษีของปี 2566 แบ่งออกเป็น 4 ประเภท ดังนี้
ประเภทที่ 1 ค่าลดหย่อนภาษีส่วนตัวและครอบครัว
- ค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท
- ค่าลดหย่อนคู่สมรส 60,000 บาท
- ค่าลดหย่อนฝากครรภ์และคลอดบุตร ไม่เกิน 60,000 บาท
- ค่าลดหย่อนภาษีบุตร 30,000 บาท ( เพิ่มอีก 30,000บาท สำหรับบุตรคนที่ 2 ขึ้นไป )
ประเภทที่ 2 ค่าลดหย่อนภาษีกลุ่มประกัน และการลงทุน
- ลดหย่อนเงินประกันสังคมไม่เกิน 9,000 บาท
- ลดหย่อนประกันสุขภาพบิดามารดา ไม่เกิน 15,000 บาท
- ลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิตและประกันสุขภาพ รวมกันไม่เกิน 100,000 บาท
- ลดหย่อนกองทุน RMF ไม่เกิน 500,000 บาท
- ลดหย่อนกองทุน SSF ไม่เกิน 200,000 บาท
**ค่าลดหย่อนกองทุน RMF และ SSF รวมกันไม่เกิน 500,000 บาท
ประเภทที่ 3 ค่าลดหย่อนภาษีเงินบริจาค
- ลดหย่อนเงินบริจาคทั่วไป ไม่เกิน 10% ของเงินได้
- ลดหย่อนเงินบริจาคเพื่อการศึกษา การกีฬา และการบริจาคสาธารณะ 2 เท่าของเงินบริจาค แต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้
- ลดหย่อนเงินบริจาคให้กับพรรคการเมือง ไม่เกิน 10,000บาท
ประเภทที่ 4 ค่าลดหย่อนกลุ่มกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ
- ลดหย่อนโครงการช้อปดีมีคืน ไม่เกิน 40,000 บาท
- ลดหย่อนดอกเบี้ยกู้ยืมเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย ไม่เกิน 100,000 บาท
ระบบจะดำเนินการคำนวณค่าใช้จ่ายและลดหย่อนภาษี ออกมาเป็น ”เงินได้สุทธิ” ซึ่งจะถูกนำไปคำนวณภาษี
ตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดและกดยืนยันการยื่นแบบ แต่ต้องอัพโหลดเอกสารค่าลดหย่อนอื่นๆเพิ่มเติมด้วย เพื่อความรวดเร็วในการขอคืนภาษี
รวมศัพท์ที่ควรรู้เกี่ยวกับประกันภัยรถยนต์
กรมธรรม์ (Policy)
หมายถึง หนังสือสัญญาข้อตกลงของผู้เอาประกันภัย ที่ออกโดยบริษัทประกัน เพื่อใช้ในการแสดงข้อตกลง เงื่อนไขและความคุ้มครองตามสัญญา โดยภายในเอกสารกรมธรรม์จะประกอบไปด้วยรายละเอียดมากมายระหว่างผู้เอาประกันภัยและผู้รับประกันภัย
ทุนประกัน (Sum Insured)
คือวงเงินสูงสุดที่บริษัทประกันภัยที่ต้องชดใช้ให้กับผู้ทำประกันภัยรถยนต์ ในกรณีที่มีการเกิดอุบัติเหตุเกิดขึ้นตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์
เบี้ยประกัน (Premium)
คือจำนวนเงินที่ผู้ทำประกันรถต้องจ่ายให้แก่บริษัทประกันเพื่อรับความคุ้มครองต่างๆ ภายใต้เงื่อนไขที่ระบุไว้ หากมีการค้างชำระเบี้ยประกันหรือไม่ได้จ่ายเบี้ยประกัน อาจมีผลทำให้กรมธรรม์ถูกยกเลิกและไม่คุ้มครองอีกต่อไป
ค่าสินไหมทดแทน (Claim Amount)
คือค่าชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผู้ทำประกันรถที่เรียกร้องจากบริษัทประกันให้รับผิดชอบ โดยความเสียหายที่เกิดขึ้นต้องอยู่ในเงื่อนไขที่ระบุเอาไว้ในกรมธรรม์และเป็นค่าเสียหายตามจริงเท่านั้น
ผู้เอาประกัน (The Insured)
หมายถึง ผู้ที่ทำประกันรถ ซึ่งมีหน้าที่จ่ายค่าเบี้ยประกันให้กับบริษัทประกัน เพื่อรับความคุ้มครองจากบริษัทประกัน ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุขึ้นทางผู้เอาประกันสามารถเรียกร้องสิทธิ์และค่าสินไหมทดแทนในส่วนอื่นๆจากบริษัทประกันได้ แต่ต้องไม่เกินจากที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ที่ทำ รวมถึงต้องเป็นไปตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง
ผู้รับประกัน (The Insurer)
คือ บริษัทประกันภัยที่ได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจประกันภัยอย่างถูกต้องตามกฏหมาย โดยผู้รับประกันจะมีสิทธิ์รับค่าเบี้ยประกันและพิจารณารับประกันภัย รวมถึงชดใช้ค่าเสียหายเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นตามข้อตกลงที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ ซึ่งในส่วนของการชดใช้จากบริษัทประกันนั้น จะชดใช้เป็นเงินสดหรือการซ่อมรวมไปถึงการหาของชิ้นใหม่มาแทนที่ของเดิม
ผู้รับประโยชน์ (The Beneficiary)
คือ บุคคลภายนอกกรมธรรม์ที่มีสิทธิ์ได้รับค่าชดใช้จากบริษัทประกันในกรณีที่รถยนต์ได้รับความเสียหาย ซึ่งปกติแล้วผู้รับประโยชน์จะเป็นชื่อเดียวกับผู้ที่เอาประกันรถ แต่ก็สามารถให้ผู้อื่นที่ถูกระบุชื่อไว้ในกรมธรรม์เป็นผู้รับได้เช่นกัน
วินาศภัย
หมายถึง ความเสียหายต่างๆที่เกิดขึ้นและสามารถประเมินเป็นจำนวนเงินได้ รวมไปถึงความสูญเสียในสิทธิหรือผลประโยชน์อีกด้วย
ประกันรถยนต์ภาคบังคับ / ภาคสมัครใจ
ประกันรถยนต์ภาคบังคับหรือที่ทุกคนรู้จักในชื่อของพ.ร.บ.จะดูแลเฉพาะตัวผู้ขับขี่และคู่กรณีเท่านั้น และหากต้องการดูแลประกันรถยนต์เพิ่มเติม ยังสามารถเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจได้อีกด้วย หรือที่เราเรียกกันว่าประกันชั้น 1,2,3 ความคุ้มครองต่างๆจะขึ้นอยู่กับแผนประกันที่ท่านเลือก
ประกันรถยนต์แต่ละชั้นมีความคุ้มอย่างไรบ้าง?
สำหรับท่านใดที่กำลังสนใจจะทำประกันรถยนต์แต่ไม่รู้ว่าจะทำประกันรถยนต์ประเภทไหนดี วันนี้ไพศาลแคปปิตอลสรุปความคุ้มครองของประกันแต่ละประเภทมาให้ทุกท่านแล้วค่ะ
1.ประกันรถยนต์ชั้น 1
ประกันรถยนต์ชั้น 1 จะให้ความคุ้มครองความเสียหายจากอุบัติเหตุทางรถยนต์มากที่สุดไม่ว่าจะเป็นเหตุที่มีคู่กรณีหรือไม่มีคู่กรณีก็ตาม โดยให้ความคุ้มครองคร่าวๆดังนี้ ความเสียหายต่อตัวรถ การถูกโจรกรรม ความเสียหายจากภัยธรรมชาติ เช่น ไฟไหม้ น้ำท่วม พร้อมให้บริการรถยกตลอด24ชั่วโมง ที่สำคัญยังคุ้มครองไปถึงตัวบุคคลอย่างผู้ขับขี่และบุคคลภายนอกที่ได้รับความเสียหายจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ไม่ว่าจะค่าประกันตัว ค่ารักษาพยาบาล หรือแม้แต่อุบัติเหตุส่วนบุคคล ประกันชั้น1 ก็สามารถเข้ามาช่วยจัดการค่าใช้จ่ายได้อย่างครอบคลุม ซึ่งประกันชั้น 1 ถือว่าเป็นประกันที่คุ้มครองครอบคลุมมากที่สุด แต่เบี้ยจ่ายรายปีก็สูงเช่นกัน
2.ประกันรถยนต์ชั้น 2
ประกันรถยนต์ชั้น 2 จะให้ความคุ้มครองอุบัติเหตุทางรถยนต์โดยจะช่วยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่อทรัพย์สินของคู่กรณี หากเกิดเหตุรถชน ทางคู่กรณีจะได้รับการซ่อมจากประกันชั้น 2 ที่เราทำอยู่ ส่วนค่าเสียหายที่เกิดขึ้นกับรถยนต์ของเรา เราต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในส่วนนั้นเอง นอกเหนือจากนั้นยังให้ความคุ้มครองในเรื่องการถูกโจรกรรมรถ ไฟไหม้รถยนต์ของผู้ทำประกัน ค่าประกันตัวและค่ารักษาพยาบาลที่เกิดจากอุบัติเหตุทางรถยนต์อีกด้วย
3.ประกันรถยนต์ชั้น 2+
ประกันรถยนต์ชั้น 2+ ถือว่าเป็นประกันที่น่าสนใจเพราะให้ความคุ้มครองแทบจะไม่ต่างกับประกันรถยนต์ชั้น 1 แต่จ่ายเบี้ยต่อปีถูกกว่า ให้ความคุ้มครองความเสียหายที่เกิดจากไฟไหม้ การถูกโจรกรรม และให้บริการรถยกเมื่อเกิดอุบัติเหตุตลอด 24 ชั่วโมง จะแตกต่างเพียงแค่ประกันรถยนต์ชั้น 2+ จะคุ้มครองแบบที่มีคู่กรณีที่รถชนรถเท่านั้น หากชนต้นไม้ ชนสิ่งของข้างทางจะไม่ได้รับความคุ้มครอง ซึ่งจะต่างกับประกันชั้น 1 ที่จะคุ้มครองทั้งแบบที่มีคู่กรณีและไม่มีคู่กรณี
4.ประกันรถยนต์ชั้น 3+
ประกันรถยนต์ชั้น 3+ ให้ความคุ้มครองใกล้เคียงกับประกันชั้น 2+ คือให้ความคุ้มครองคุ้มครองความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อทรัพย์สินของคู่กรณี หากเราไปชนรถคันอื่น ประกันจะชดเชยค่าซ่อมรถให้แก่คู่กรณีตามวงเงินที่ระบุไว้ในกรมธรรม์และคุ้มครองความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อชีวิต ร่างกาย ของคู่กรณี จากการบาดเจ็บเนื่องจากอุบัติเหตุ รวมถึงกรณีเสียชีวิต แต่จะต่างกันตรงที่ ประกัน 3+ จะไม่คุ้มครองในกรณีรถหาย ไฟไหม้รถ
5.ประกันรถยนต์ชั้น 3
ประกันรถยนต์ชั้น 3 จะให้ความคุ้มครองน้อยที่สุด เพราะจะซ่อมเฉพาะรถของคู่กรณี ในกรณีที่เราเป็นฝ่ายผิด แต่จะไม่รับผิดชอบความเสียหายต่อรถยนต์เรา และไม่ครอบคลุมกรณีรถยนต์สูญหาย ไฟไหม้ หรืออุบัติภัยทางธรรมชาติ แต่ยังคงให้ความคุ้มครองในส่วนของค่ารักษาพยาบาลและเงินชดเชยอุบัติเหตุส่วนบุคคลของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
6.ประกันรถยนต์ชั้น 4
ประกันรถยนต์ชั้น 4 เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการประหยัดค่าเบี้ย โดยประกันชั้น 4 จะให้ความคุ้มครองเฉพาะความเสียหายต่อทรัพย์สินเท่านั้น จะไม่คุ้มครองการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตต่อบุคคลภายนอก หากความเสียหายจากการบาดเจ็บและเสียชีวิตเกินจำนวนเงินประกันภัย ผู้ขับต้องจ่ายเงินส่วนต่างด้วยตนเอง ซึ่งจะแตกต่างกับประกันชั้น 3 ที่จะให้ความคุ้มครองในส่วนนี้อยู่
หากท่านใดกำลังสนใจที่จะรีไฟแนนซ์รถบรรทุกหรือมีความต้องการที่อยากจะย้ายจากไฟแนนซ์ที่เดิมมายังที่ใหม่ สามารถเลือกใช้บริการรีไฟแนนซ์กับไพศาลแคปปิตอล เพราะเราให้บริการแบบครบวงจร
ไม่ว่าจะเป็น การจัดไฟแนนซ์ รีไฟแนนซ์ หรือ ย้ายไฟแนนซ์ ทางไพศาลแคปปิตอลมีพนักงานคอยแนะนำข้อมูลให้แก่ลูกค้าทุกท่าน สอบถามเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 092-9217999 หรือ LINE @Paisancapital
How to ไม่อยากโดนยึดรถ ไม่อยากติดแบล็กลิสต์ ทำไงดี?
หากคุณเริ่มการเงินติดขัดส่งค่างวดรถล่าช้าและเริ่มรู้สึกตัวแล้วว่าผ่อนต่อไม่ไหว รถโดนยึดแน่ๆ ไม่อยากติดแบล็กลิสต์ด้วย ทำไงดี? วันนี้ไพศาลแคปปิตอลจะมาแชร์วิธีการยอดนิยมที่หลายๆคนใช้ในปัจจุบันมาให้ทุกท่านได้อ่านและใช้เป็นแนวทางกันค่ะ
1.เจรจากับทางไฟแนนซ์
ให้ติดต่อกับไฟแนนซ์ดูก่อนเพื่อขอแนวทางในการช่วยเหลือ โดยส่วนใหญ่บริษัทไฟแนนซ์จะมีมาตรการรองรับลูกค้าที่ประสบปัญหาการชำระที่แตกต่างกันออกไป เช่น พักชำระค่างวดไว้ชั่วคราวและชำระเฉพาะดอกเบี้ย โดยเงื่อนไขขึ้นอยู่กับแต่ละบริษัท ทางที่ดีควรติดต่อขอรับข้อมูลกับไฟแนนซ์ที่ใช้บริการโดยตรง เพื่อดูว่ามีทางออกให้อย่างไรบ้าง
2.รีไฟแนนซ์
การรีไฟแนนซ์ถือว่าเป็นวิธีการยอดนิยมที่คนนิยมใช้กันมากในปัจจุบัน เพราะการรีไฟแนนซ์ช่วยลดภาระทางการเงินได้ดี ช่วยปรับโครงสร้างหนี้ ช่วยเพิ่มระยะเวลาในการผ่อนชำระให้นานขึ้น ทำให้ค่างวดที่ต้องผ่อนชำระในแต่ละเดือนถูกลง ช่วยลดภาระทางการเงินได้ดี ทำให้เราสามารถบริหารเงินในแต่ละเดือนได้ง่ายขึ้น
3.เปลี่ยนสัญญา - ขายดาวน์
หากรู้สึกว่าผ่อนต่อไม่ไหวแล้ว การขายต่อให้ผู้อื่นก็เป็นอีกหนึ่งทางออกที่ดี โดยคุณสามารถเปลี่ยนสัญญาไปให้ผู้อื่นผ่อนต่อได้ในอัตราดอกเบี้ยเดิม ซึ่งเงินที่ได้ก็ขึ้นอยู่กับราคาตลาด ณ ตอนนั้น แม้ราคาจะขาดทุนไปบ้าง แต่ก็สามารถช่วยแก้ปัญหาในเรื่องนี้ได้แลกกับการที่คุณจะไม่เสียประวัติทางการเงิน วิธีนี้ถือว่าช่วยแบ่งเบาภาระหนี้สินและคุณอาจจะได้รับเงินก้อนคืนมาส่วนหนึ่งด้วยหากรถของคุณมีมูลค่าสูงกว่านี้ สำคัญที่สุดคือ ห้ามนำรถไปขายต่อให้ผู้อื่นโดยไม่เปลี่ยนสัญญาณเป็นอันขาด เพราะมีโอกาสสูงมากที่จะถูกเบี้ยวค่างวดและเชิดรถหนี สุดท้ายก็ต้องเป็นฝ่ายรับผิดชอบเองอยู่ดี
รถบรรทุกแบบไหนตอบโจทย์ธุรกิจคุณ
1.ธุรกิจการเกษตร
สำหรับธุรกิจการเกษตรการเลือกรถบรรทุกที่เหมาะกับธุรกิจต้องคำนึงถึงปริมาณของผลผลิตที่เก็บได้ในแต่ละรอบว่ามีประมาณมากน้อยแค่ไหน หากขนส่งไม่เยอะสามารถใช้รถ 4 ล้อ คอกคลุมผ้าใบได้ แต่ถ้าใช้ในปริมาณที่มากกว่า 15 ตัน ควรใช้รถบรรทุก 6 ล้อในการขน
2.ธุรกิจขนส่งวัสดุก่อสร้าง
ถ้าต้องขนพวกท่อพีวีซี ท่อซีเมนต์ ขนอิฐมวลเบา ขนถังน้ำ อาจเลือกใช้เป็นรถ 4 ล้อใหญ่ ที่รับน้ำหนักได้ประมาณ9.5ตัน พร้อมคอกกั้นรอบด้าน
หากต้องขนสินค้าจำพวกสุขภัณฑ์ หรือพวกเซรามิก ที่ต้องใช้ความระมัดระวังในการส่ง ควรเลือกใช้เป็นรถ 6 ล้อ ที่มีประตูปิดทึบ เพื่อที่จะทำให้การขนส่งสินค้าไปยังต่างจังหวัดมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
หากต้องขนวัสดุก่อสร้างที่มีลักษณะเป็นแผ่น หรือถูกแพครวมพาเลตมา เช่น กระเบื้องหลังคาคอนกรีต กระเบื้องปูพื้น พื้นซีเมนต์สำเร็จรูป ไม้ฝาเฌอร่า ควรใช้รถ 10 ล้อพื้นเรียบ
สำหรับการขนสินค้าขนาดใหญ่ เช่น ถังเก็บน้ำ ถังบำบัด แทงก์น้ำ ระแนงรั้ว หรือคอนกรีตที่มีน้ำหนักมาก ควรใช้รถ 12 ล้อในการขนส่ง เพราะสามารถรับน้ำหนักได้ถึง 30 ตัน
3.ธุรกิจก่อสร้างถมที่ ขนหินดินทราย
ควรเลือกใช้รถบรรทุก 6 ล้อ หรือรถบรรทุก 10 ล้อขึ้นไป
4.ธุรกิจรถแห่
ในปัจจุบันธุรกิจรถแห่กำลังได้รับความนิยม ซึ่งรถบรรทุกที่นิยมใช้ทำรถแห่ส่วนใหญ่จะเป็นรถบรรทุก 6 ล้อขึ้นไป เพราะจะมีพื้นที่กว้าง ทำให้วางเครื่องดนตรีได้เยอะ มีพื้นที่ให้นักร้องยืนประจำอยู่บนรถ แต่เจ้าของรถอาจจะต้องแจ้งกรมการขนส่งเกี่ยวกับการจดทะเบียนและการดัดแปลงรถด้วย
5.ธุรกิจเกี่ยวกับการนำเข้า-ส่งออกสินค้า
ในกลุ่มธุรกิจเกี่ยวกับการนำเข้า-ส่งออกสินค้า มักจะใช้รถลากตู้คอนเทนเนอร์หรือเรียกอีกชื่อคือ”รถหัวลาก”จะมีลักษณะเป็นรถทีมีตู้อยู่ด้านหลัง ซึ่งรถประเภทนี้จะใช้นำสินค้าที่มาจากต่างประเทศไปจากท่าเรือเพื่อส่งต่อ เนื่องจากรถตู้คอนเทนเนอร์สามารถขนย้ายสินค้าได้จำนวนมาก จึงเป็นที่นิยมในธุรกิจนี้
พ.ร.บ.คืออะไร?
1.พ.ร.บ. รถคืออะไร
พ.ร.บ.รถ หรือ ประกันพ.ร.บ. คือประกันภัยรถภาคบังคับ ที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถที่รถทุกคันจำเป็นต้องซื้อติดรถไว้ เพื่อใช้เป็นหลักประกันในกรณีที่รถเกิดอุบัติเหตุทางรถ ได้รับบาดเจ็บ ทุพพลภาพ สูญเสียอวัยวะจากอุบัติเหตุทางรถ โดยไม่สนใจว่าบุคคลนั้นจะเป็นฝ่ายผิดหรือถูก หากเกิดความเสียหายขึ้น ผู้เสียหายจะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายที่กำหนดไว้ โดยพ.ร.บ.จะมีอายุ 1 ปี ซึ่งเราจำเป็นต้องต่อทุกปี เพราะหากไม่ต่อพ.ร.บ.ก็จะไม่ได้รับความคุ้มครองหากเกิดอุบัติขึ้นและไม่สามารถต่อภาษีรถได้อีกด้วย
2.พ.ร.บ.กับภาษีรถเหมือนกันไหม?
พ.ร.บ.กับภาษีรถ ไม่เหมือนกัน โดยพ.ร.บ.คือการทำประกันภัยภาคบังคับ เพื่อคุ้มครองในกรณที่เกิดอุบัติเหตุทางรถ ในขณะที่ภาษีรถยนต์ คือ การต่อทะเบียนรถประจำปี โดยภาษีที่จ่ายไปจะนำไปพัฒนาระบบคมนาคมให้ดียิ่งขึ้น หลายคนมักเข้าใจผิดว่าพ.ร.บ.กับภาษีเป็นเรื่องเดียวกันเพราะทั้งสองต้องดำเนินการควบคู่กันไป เพราะถ้าหากเราไม่ต่อพ.ร.บ.ก็จะไม่สามารถต่อภาษีรถยนต์ได้นั่นเอง
3.พ.ร.บ.คุ้มครองในเรื่องไหนบ้าง?
แบ่งการคุ้มครองได้เป็น 2 กรณี ดังนี้
3.1 จำนวนค่าเสียหายเบื้องต้น (ได้รับโดยไม่ต้องพิสูจน์ความผิด)
- ค่ารักษาพยาบาล (จ่ายตามจริง) ในกรณีที่ได้รับบาดเจ็บ โดยสามารถเบิกได้สูงสุด 30,000 บาท
- กรณถึงแก่ชีวิต สูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพถาวร จะได้รับค่าความเสียหายเบื้องต้น 35,000 บาท
- ในกรณีที่ได้รับความเสียหายทั้ง 2 รูปแบบ จะได้รับค่าเสียหายเบื้องต้นชดเชยรวมกันไม่เกิน 65,000 บาท
3.2 ค่าสินไหมทดแทนเพิ่มเติม หรือ ค่าเสียหายส่วนเกิน (จะได้รับก็ต่อเมื่อได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเราไม่ได้เป็นฝ่ายผิด)
- ค่ารักษาพยาบาลจากการบาดเจ็บ สูงสุดไม่เกิน 80,000 บาท
- การเสียชีวิต หรือทุพพลภาพอย่างสิ้นเชิง 500,000 บาท
- สูญเสียอวัยวะ นิ้วขาด 1 ข้อขึ้นไป ได้รับเงินชดเชย 200,000 บาท
- สูญเสียอวัยวะ 1 ส่วน ได้รับเงินชดเชย 250,000 บาท
- สูญเสียอวัยวะ 2 ส่วน ได้รับเงินชดเชย 500,000 บาท
- เงินชดเชยรายวัน 200 บาท รวมกันไม่เกิน 20 วัน (กรณีพักฟื้นเป็นผู้ป่วยใน) สูงสุดไม่เกิน 4,000 บาท
หมายเหตุ ผู้ขับขี่ที่เป็นฝ่ายผิด จะได้รับแค่ความคุ้มครองค่าเสียหายเบื้องต้นเท่านั้น
4.หากขับรถโดยไม่มีพ.ร.บ.จะเกิดอะไรขึ้น
หากขับรถไม่มีพ.ร.บ.ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของรถหรือไม่ ถือว่ามีโทษทางกฎหมาย ปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท และเมื่อไม่มีพ.ร.บ.ก็จะไม่สามารถต่อภาษีรถได้ ซึ่งหากถูกเจ้าหน้าที่จับเพราะป้ายวงกลมหมดอายุ ก็จะต้องเสียค่าปรับอีกประมาณ 400-1,000 บาท เมื่อไปต่ออีกครั้งจะโดนค่าปรับดอกเบี้ยอีกเดือนละ 1% และหากปล่อยทิ้งไว้เกิน 3 ปี ทะเบียนรถจะถูกระงับการใช้งานและมีโทษปรับไม่เกิน 1,000บาท
รถยนต์ EV มีข้อดีอย่างไร?
หลายคนคงสงสัยว่ารถ EV คืออะไร รถ EV (Electric Vehicle) หรือที่เรียกกันว่ารถยนต์พลังงานไฟฟ้า เป็นนวัตกรรมใหม่ที่ใช้เพียงพลังงาน ไฟฟ้าอย่างเดียว โดยระบบรถไฟฟ้าจะเก็บพลังงานเอาไว้ในแบตเตอรี่ และแปลงพลังงานจากแบตเตอรี่มาใช้ในการขับเคลื่อนรถยนต์ เอาล่ะมาดูกันว่าข้อดีของการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้ามีอะไรบ้าง มาดูกัน
ข้อดีของการใช้รถ EV
1.เสียงรถค่อนข้างเงียบ
เพราะรถยนต์ไฟฟ้าใช้พลังงานแบตเตอรี่สู่มอเตอร์เพื่อทำการขับเคลื่อน จึงทำให้มีเสียงเงียบกว่ารถยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงหลายเท่า
2.อัตราเร่งได้ดั่งใจผู้ขับ
หากท่านใดเคยลองขับรถยนต์ไฟฟ้าจะรู้สึกได้ว่าตั้งแต่การออกตัวและอัตราเร่งดีกว่ารถยนต์ที่ใช้น้ำมันเพราะรถยนต์ไฟฟ้าจะไม่มีขั้นตอนการทดเกียร์เหมือนรถน้ำมันเชื้อเพลิง
3.ประหยัดค่าน้ำมัน
เพราะรถยนต์ไฟฟ้าเราสามารถชาร์จแบตเองได้ที่บ้านไม่จำเป็นต้องเติมน้ำมัน เมื่อเทียบกับค่าน้ำมันที่ต้องเติมในแต่ละวันแล้วถือว่าประหยัดกว่าหลายเท่าตัวเลยทีเดียวค่ะ
4.ช่วยลดมลพิษ
รถยนต์ไฟฟ้าใช้ระบบแบตเตอรี่ในการขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้า จึงไม่มีการเผาเชื้อเพลิงเพื่อใช้ในการขับเคลื่อนเหมือนรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ทำให้ไม่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกมา ซึ่งทำให้มลพิษทางอากาศลดลง
โดยปัจจุบันรถยนต์ไฟฟ้าค่อนข้างเป็นที่นิยมอย่างมาก เพราะช่วยประหยัดเชื้อเพลิงพลังงานและยังช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมมากขึ้นด้วย
