ไขข้อสงสัยทำไมรถบรรทุกต้องติด GPS Tracking
จากประกาศกรมการขนส่งทางบก GPS กำหนดให้รถบรรทุกวัตถุอันตราย รถโดยสารสาธารณะ รถโดยสารสองชั้น และ รถบรรทุกขนาดใหญ่ (10ล้อขึ้นไป) ต้องติดตั้งเครื่องบันทึกข้อมูลการเดินทางของรถ (GPS Tracker) พร้อมด้วยเครื่องรูดใบขับขี่ (RFID Magnetic Card Reader) เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลเข้ากับศูนย์บริหารจัดการเดินรถของกรมการขนส่งทางบก โดยจัดเก็บข้อมูลรถทุก 1 นาที เป็นข้อมูลการใช้ความเร็ว, ชั่วโมงการขับขี่ และตำแหน่งพิกัดของรถ ที่สามารถช่วยให้ผู้ประกอบการขนส่งติดตามพฤติกรรมของผู้ขับรถได้แบบเรียลไทม์เพื่อป้องกันและลดการเกิดอุบัติเหตุ
ติดตามตำแหน่งแบบเรียลไทม์
เมื่อเราติดตั้ง GPS Tracking เราจะสามารถติดตามตำแหน่งของรถบรรทุกได้แบบเรียลไทม์ และสามารถตรวจสอบเส้นทางการเดินทางย้อนหลังได้ เพื่อที่เราจะได้ทราบว่าคนขับไปที่ใดมาบ้างและมีการขับออกนอกเส้นทางหรือไม่ อีกทั้งยังช่วยให้ทางกรมขนส่งสามารถติดตามรถได้โดยตรง และหากมีเหตุโจรกรรมเกิดขึ้นเราสามารถติดตามรถที่โดนโจรกรรมได้แบบเรียลไทม์
ควบคุมความเร็วในการขับขี่
เพื่อกำหนดไม่ให้ผู้ขับรถบรรทุกขับด้วยเร็วที่เกินกำหนด สำหรับความเร็วรถบรรทุกที่กฎหมายกำหนด คือ รถบรรทุก 10 ล้อ กำหนดด้วยความเร็วที่ 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และรถหัวลาก
กำหนดความเร็วอยู่ที่ 60 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง
ลดการเกิดอุบัติบัติเหตุ
เนื่องจากรถบรรทุกเป็นรถคันใหญ่กว่ารถประเภทอื่นๆทำให้ทัศนวิสัยของผู้ขับรถอาจไม่กว้างพอด้วยปัจจัยหลายๆอย่าง จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นบ่อยครั้ง ดังนั้น การติดตั้ง GPS และ เครื่องรูดใบขับขี่ จะทำให้สามารถควบคุมความเร็วรถบรรทุกได้ เพราะถ้าหากขับด้วยเร็วที่เกินกำหนด
เครื่องรูดใบขับขี่จะส่งเสียงเตือน จนกว่าความเร็วของรถจะลดลง
สรุป
การติดตั้ง GPS Tracking ติดไว้เพื่อให้ผู้ประกอบการขนส่งสามารถติดตามพฤติกรรมของผู้ขับรถได้แบบเรียลไทม์เพื่อป้องกันและลดการเกิดอุบัติเหตุ หากผู้ใดฝ่าฝืนไม่ติดตั้งหรือไม่ดูแลรักษาเครื่องGPS ให้ส่งสัญญาณได้ตามปกติ ถือว่ามีโทษ ปรับตั้งแต่ 1,000-5,000 บาท และจะไม่สามารถต่อทะเบียนรถคันดังกล่าวได้
เปิดรหัสลับสัญญาณไฟรถบรรทุกที่ควรรู้!
หากคุณกำลังจะแซงหรือขับใกล้ๆรถบรรทุกแล้วคนขับเปิดสัญญาณไฟมา มีความหมายว่าอย่างไร ไปดูกันเลย!
เปิดไฟเลี้ยวขวา
หมายถึง ไม่ปลอดภัย ห้ามแซง
เมื่อคุณขับรถอยู่ด้านหลังรถบรรทุกและพยายามจะแซง หากรถบรรทุกเปิดไฟเลี้ยวขวา ทั้งที่ด้านหน้าไม่มีทางเลี้ยว ไม่มีซอย นั่นหมายความว่าเขากำลังบอกเราไม่สามารถขับแซงไปได้เนื่องจากมีรถสวนขึ้นมานั่นเอง
เปิดไฟเลี้ยวซ้าย
หมายถึง สามารถแซงได้
ถ้าคุณกำลังจะแซงรถบรรทุกและเขาเปิดไฟเลี้ยวซ้าย โดยที่ด้านหน้าไม่มีซอยหรือทางเลี้ยว นั่นหมายความว่าสามารถแซงออกขวาได้ ด้านหน้าปลอดภัยไม่มีรถสวน
เปิดไฟเลี้ยวซ้ายที-ขวาที สลับกัน
หมายถึง สัญญาณเตือนให้รถด้านหลังระวัง
เมื่อรถบรรทุกเปิดไฟเลี้ยวซ้ายที-ขวาที นั่นแปลว่ารถบรรทุกกำลังจะเบรก เพื่อให้รถที่ตามมาด้านหลังลดความเร็วลงและห้ามแซงขึ้นไป เพื่อความปลอดภัย
เปิดไฟสูงใส่รถที่กำลังจะแซง
หมายถึง เป็นการเปิดไฟให้ทาง สามารถแซงได้
ในช่วงกลางคืนที่เรากำลังจะแซงขวาและรถบรรทุกที่เรากำลังจะแซงเปิดไฟสูงให้นั่นหมายถึงสามารถแซงได้ การที่เปิดไฟสูงเป็นการช่วยส่องทางให้เรามองทางด้านหน้าได้ชัดเจนมากขึ้น
กระพริบไฟสูง 1 ครั้ง
หมายถึง กำลังเช็กเพื่อนร่วมทาง
ในกรณีที่ขับสวนผ่านรถบรรทุกแล้วกระพริบไฟรถใส่ 1 ครั้ง เป็นการเช็กเพื่อนร่วมทางว่าไม่ได้หลับใน ทางที่เราผ่านมานั้นมีด่าหรือมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นไหม หากไม่มีอะไรให้กระพริบไฟส่งสัญญาณกลับ 1 ครั้ง
ดับไฟหน้าแล้วเปิดขึ้นใหม่
หมายถึง ให้ระวัง ด้านหน้าอาจมีด่านหรือเกิดอุบัติเหตุ
ในกรณีที่เราขับรถสวนกับรถบรรทุกแล้วเขาดับไฟหน้าแล้วเปิดขึ้นใหม่ เป็นการบอกว่าทางด้านหน้าอาจมีการตั้งด่าน หรือ เกิดอุบัติเหตุขึ้น ให้เราชะลอความเร็วลง
สัญญาณเหล่านี้ อาจจะมีหลายๆท่านที่ไม่รู้ถึงความหมายของสัญญาณไฟ ทางไพศาลแคปปิตอล เลยนำข้อมูลมาสรุปให้ทุกท่านเข้าใจได้ง่ายๆ เพื่อช่วยให้การขับขี่ปลอดภัยมากขึ้น
รวม 4 จุดบอดรถบรรทุก สุดอันตราย!!
รวมจุดบอดรถบรรทุกสุดอันตราย! ที่ไม่ควรขับเข้าไปใกล้ เพื่อความปลอดภัย
จุดที่ 1 ด้านขวารถบรรทุก ด้วยความสูงของตัวรถทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นของคนขับรถลดลง คนขับจะมองเห็นรถก็ต่อเมื่ออยู่ในรัศมีของกระจกข้าง หากอยู่นอกเหนือจากรัศมีกระจกคนขับรถจะไม่สามารถมองเห็นรถที่อยู่ด้านข้างได้ ซึ่งอาจทำให้ผู้ขับรถบรรทุกชนรถคันอื่นที่อยู่ด้านขวาและเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้
จุดที่ 2 ด้านซ้ายรถบรรทุก เป็นจุดที่อันตรายมากกว่าด้านขวา เนื่องจากเป็นจุดที่ตรงข้ามกับคนขับด้วยระยะของกระจกมองข้างด้านซ้ายอยู่ห่างจากตัวคนขับรถ ทำให้ทัศนวิสัยในการมองลดลงและเป็นด้านที่รัศมีการมองค่อนข้างแคบ ควรหลีกเลี่ยงการขับใกล้ชิดบริเวณนี้เพื่อความปลอดภัย
จุดที่ 3 ด้านหน้ารถบรรทุก หากตำแหน่งของรถคันอื่นอยู่ใกล้หน้ารถบรรทุกมากเกินไป อาจะทำให้คนขับรถบรรทุกไม่สามารถมองเห็นได้ ด้วยความสูงของตัวรถ หากอยู่ใกล้ด้านหน้ารถบรรทุกมากเกินไปอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้
จุดที่ 4 ด้านหลังรถบรรทุก เป็นจุดที่ไม่ควรขับรถจักรยานยนต์ตามหลังรถบรรทุก เนื่องจากของที่บรรทุกมาอาจมีสินค้าขนาดใหญ่หรือตู้คอนเทนเนอร์ ทำให้กระจกมองหลังไม่สามารถมองเห็นด้านหลังของรถได้ ควรขับเว้นระยะเมื่อต้องขับตามหลังรถบนรรทุก เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ เผื่อการเบรกกะทันหันหรือการถอยหลังของรถบรรทุก
รู้หรือไม่รถบรรทุกมีกี่ประเภท?
เราอาจจะเคยได้ยินชื่อ รถบรรทุก 6 ล้อ รถบรรทุก 10 ล้อ แต่รู้หรือไม่ว่าตามที่กฎหมายกำหนดรถบรรทุกมีกี่ประเภท ไปดูกันเลย!
1.รถกะบะบรรทุก ซึ่งส่วนใหญ่จะนิยมใช้เป็นรถกะบะ จะมีหลังคาหรือไม่มีก็ได้ ส่วนใหญ่นิยมใช้ในการบรรทุกสินค้าขนาดเล็ก เช่น ข้าว เฟอร์นิเจอร์ ดิน ทราย หรือสินค้าทางการเกษตรต่างๆ
2.รถตู้บรรทุก โดยรถที่ใช้ในการบรรทุกจะมีลักษณะเป็นตู้ทึบ มีหลังคาและตัวถังที่บรรทุกระหว่างผู้โดยสารและผู้ขับตอนเดียว โดยจะมีประตูบานใหญ่ไว้สำหรับให้ผู้โดยสารขึ้นลง หรือจะเลือกเปิดท้ายก็ได้ เน้นใช้ในการขนส่งหรือบรรทุกสินค้าที่ต้องควบคุมอุณภูมิระหว่างจัดส่ง
3.รถบรรทุกของเหลว เป็นรถที่ใช้บรรทุกของเหลวต่างๆ ที่บรรทุกของเหลวตามความเหมาะสม มีระบบความปลอดภัยสูง
4.รถบรรทุกวัสดุอันตราย ลักษณะจะคล้ายกับรถบรรทุกของเหลวแต่แทงก์จะมีความหนาแน่นสูงเพื่อป้องกันการรั่วไหลหรือซึมของสิ่งที่บรรทุกเป็นรถที่ใช้ในการบรรทุกวัสดุอันตราย
ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันเชื้อเพลิง สารเคมี วัตถุระเบิด วัสดุไวไฟ
5.รถบรรทุกเฉพาะกิจ รถที่ใช้จะมีลักษณะพิเศษ เพื่อใช้ในการเฉพาะ เช่น รถบรรทุกเครื่องดื่ม รถผสมซีเมนต์ รถขยะมูลฝอย รถราดยาง หรือรถเครื่องทุ่นแรงต่าง ๆ เช่นงานก่อสร้าง เป็นต้น
6.รถพ่วง จะเป็นรถที่ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยตัวเอง ต้องอาศัยรถอื่นลากจูงโดยจะมีโครงรถที่มีเพลาล้อที่สมบูรณ์ในตัวเอง สามารถบรรทุกสินค้าและยึดต่อเพื่อลากส่วนหางได้
ทำให้สามารถบรรทุกสินค้าได้ครั้งละมากๆในเที่ยวเดียว
7.รถกึ่งพ่วง เป็นรถบรรทุกสินค้าที่ไม่มีแรงขับเคลื่อนในตัวเอง และไม่สามารถแยกจากกันได้ระหว่างส่วนหัวเทรลเลอร์และส่วนท้ายที่เป็นรถพ่วงต้องรับน้ำหนักร่วมกัน
8.รถกึ่งพ่วงบรรทุกวัสดุยาว รถที่ไว้ใช้ในการขนสิ่งของที่ยาว โดยจะมีโครงโลหะที่สามารถปรับตัวได้ตามช่วงล้อลากจูง เป็นรถบรรทุกสินค้าที่บรรจุและรองรับสินค้าเมากที่สุดในบรรดารถบรรทุก
ทุกประเภท
9.รถลากจูง เป็นรถที่ทำหน้าที่ในการลากจูงรถประเภทอื่น ในกรณีรถคันอื่นมีปัญหาไม่สามารถขับเคลื่อนได้หรือชำรุด หรือใช้ในการลากจูง รถพ่วง รถกึ่งพ่วง ที่ไม่สามารถขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเองได้
เป็นรถที่มีหน้าที่ช่วยเหลือรถคันอื่นๆ
